Skip to main content
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เทคโนโลยีสารสนเทศจะมีความสามารถในด้านจัดการสารสนเทศ ไม่ว่าจะเป็นการบันทึก การแก้ไข การจัดทำรายงาน งานบัญชี งานลงทะเบียน ซึ่งก็แล้วแต่ระบบที่องค์กรนั้นๆ ใช้ ซึ่งการใช้เทคโนโลยีระบบสารสนเทศนี้จะทำให้องค์กรได้รับความสะดวกในการทำงาน หรือ อาจใช้เป็นข้อมูลช่วยในการตัดสินใจด้วยก็ได้
เทคโนโลยีระบบเครือข่าย  เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เริ่มนิยมใช้กันมากในปัจจุบัน เพราะได้รับความสะดวกและมีประโยชน์หลายประการณ์ด้วยกัน เช่น -  สามารถติดต่อกันได้ด้วยจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ -  การจัดเก็บข้อมูลที่รวมไว้ที่เดียว ผู้ที่อยู่ห่างไกลก็สามารถดึงข้อมูลนั้นไปใช้ได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทาง
-  องค์กรสามารถประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์ เพราะระบบเครือค่ายเป็นระบบที่สามารถใช้อุปกรณ์ร่วมกันได้ -  สมารถทำงานร่วมกันได้ หรือทำงานโดยใช้เอกสารชุดเดียวกัน
เทคโนโลยีสำนักงานอัตโนมัติ เป็นการนำระบบเครือข่ายมาใช้เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงานทำให้ -  พนักงานสามารถติดต่อสื่อสารได้โดยจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  -  การทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร  -  การออกแบบต่างๆ มีโปรแกรมที่ช่วยในการออกแบบและมีการใช้งานที่ง่ายขึ้น -  มีระบบฝากข้อความเสียง  ( Voice Mail) -  การประชุมทางไกล  ( Video Teleconference)
เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ช่วยสอนหรือเรียกว่า  CAI ปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมในวงการศึกษาเป็นอย่างมาก โรงเรียนและสถานศึกษาก็เริ่มมีการพัฒนาจัดทำโปรแกรมบทเรียนสำเร็จรูปขึ้นมาใช้งานเองซึ่งก็เป็นผลดีต่อนักเรียนที่จะได้มีสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัยและมีความน่าสนใจ
 
พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ปัจจุบันมีการใช้คอมพิวเตอร์ในชีวิตประจำวันทั้งที่บ้าน และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งของรัฐบาลและเอกชน เทคโนโลยีสารสนเทศมีให้เลือกมากมายตามความต้องการของผู้ใช้ แต่การเลือกใช้ก็ควรจะให้เหมาะสมและมีประโยชน์ โดยฉพาะเด็กและเยาวชนซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคตก็ยังต้องเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่เด็กควรปรับตัวและเรียนรู้เพื่อใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เหมาะสมกับชีวิตประจำวันและอนาคต
-  การใช้โทรศัพท์มือถือ มีเครื่องมือที่ใช้ในการช่วยจำหมายเลขโทรศัพท์ ทำให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมีความรู้สึกว่าไม่มีความจำเป็นจะต้องทำการจดจำหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ที่ต้องการติดต่อด้วยอีกต่อไป  -  พฤติกรรมในการซื้อสินค้า จากเดิมอาจจะต้องไปซื้อสินค้าด้วยตนเองที่ร้านค้า ก็เปลี่ยนเป็นสั่งซื้อผ่านทางอินเทอร์เน็ต
- พฤติกรรมในการค้นหาข้อมูลจากเดิมจะค้นหาข้อมูลจากห้องสมุด ก็เปลี่ยนเป็นค้นหาจากอินเทอร์เน็ตโดยส่วนใหญ่เทคโนโลยีสารสนเทศและสังคมมีผลกระทบซึ่งกันและกัน -  พฤติกรรมในการติดต่อสื่อสารกัน จากเดิมที่อยู่ในรูปของ จดหมายมีน้อยลง แต่จะเปลี่ยนเป็นใช้การติดต่อผ่าน  E-mail  แทน
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับการเรียน เป็นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่หลายอย่าง สอนด้วยสื่ออุปกรณ์ที่ทันสมัย ห้องเรียนสมัยใหม่ มีอุปกรณ์วิดีโอโปรเจคเตอร์  ( Video Projector)   มีเครื่องคอมพิวเตอร์ มีระบบการอ่านข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แบบต่าง ๆ รูปแบบของสื่อที่นำมาใช้ในด้านการเรียนการสอน ก็มีหลากหลาย เช่น
ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มี  5  ประการ  ได้แก่ 1. การสื่อสารถือเป็นสิ่งจำเป็นในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ สิ่งสำคัญที่มีส่วนในการพัฒนากิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ประกอบด้วย  Communications media,  การสื่อสารโทรคมนาคม  ( Telecoms),  และเทคโนโลยีสารสนเทศ  ( IT)   
2. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารประกอบด้วยผลิตภัณฑ์หลักที่มากไปกว่าโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ เช่น แฟกซ์ ,  อินเทอร์เน็ต ,  อีเมล์ ทำให้สารสนเทศเผยแพร่หรือกระจายออกไปในที่ต่าง ๆ ได้สะดวก 3. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีผลให้การใช้งานด้านต่าง ๆ มีราคาถูกลง  
4. เครือข่ายสื่อสาร   (Communication networks)  ได้รับประโยชน์จากเครือข่ายภายนอก เนื่องจากจำนวนการใช้เครือข่าย จำนวนผู้เชื่อมต่อ และจำนวนผู้ที่มีศักยภาพในการเข้าเชื่อมต่อกับเครือข่ายนับวันจะเพิ่มสูงขึ้น  5. สารสนเทศและการสื่อสารทำให้ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ และต้นทุนการใช้  ICT  มีราคาถูกลงมาก  
วิวัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีแบ่งเป็น  2  ด้านที่ควบคู่กันมา คือ พัฒนาการทางด้านคอมพิวเตอร์และ พัฒนาการทางด้านการสื่อสารซึ่งก็จะหมายรวมถึงลักษณะของข้อมูลหรือสารสนเทศที่ใช้ในการสื่อสารกันด้วย เพื่อให้เห็นภาพอย่างชัดเจน
-  คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นการนำเอาเทคโนโลยี รวมกับการออกแบบโปรแกรมการสอนมาใช้ช่วยสอน ซึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่าบทเรียน  CAI ( Computer - Assisted Instruction )  มักอยู่ในรูปของสื่อประสม  ( Multimedia)  ซึ่งหมายถึงนำเสนอได้ทั้งภาพ ข้อความ เสียงฯลฯ
-  การเรียนการสอนโดยใช้เว็บเป็นหลัก เป็นการจัดการเรียน ที่มีสภาพการเรียนต่างไปจากรูปแบบเดิม อาศัยศักยภาพและความสามารถของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ได้แก่ การเรียนการสอนผ่านเว็บ  ( Web-based Instruction)  การฝึกอบรมผ่านเว็บ  ( Web-based Trainning)  การเรียนการสอนผ่านเวิร์ดไวด์เว็บ  ( www-based Instruction)  การสอนผ่านสื่อทางอิเล็กทรอนิกส์  ( e-learning)  เป็นต้น
-  อิเล็กทรอนิกส์บุค คือการเก็บข้อมูลจำนวนมากด้วยซีดีรอม หนึ่งแผ่นสามารถเก็บข้อมูลตัวอักษรได้มากถึง  600  ล้านตัวอักษร ดังนั้นซีดีรอมหนึ่งแผ่นสามารถเก็บข้อมูลหนังสือ หรือเอกสารได้มากกว่าหนังสือหนึ่งเล่ม
-  อินเทอร์เน็ต คือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายย่อย และเครือข่ายใหญ่สลับซับซ้อนมากมาย เชื่อมต่อกันมากกว่า  300  ล้านเครื่องในปัจจุบัน โดยใช้ในการติดต่อสื่อสาร ข้อความรูปภาพ เสียงและอื่น ๆ โดยผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่มีผู้ใช้งานกระจายกันอยู่ทั่วโลก ปัจจุบันได้มีการนำระบบอินเทอร์เน็ต เข้ามาใช้ในวงการศึกษากันทั่วโลก ซึ่งมีประโยชน์ในด้านการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก
ประยุกต์ใช้ในงานทะเบียนของสถานศึกษา  -  งานรับมอบตัว ทำหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานที่นักศึกษานำมารายงานตัว จากนั้นก็จัดเก็บประวัติภูมิหลังนักศึกษา เช่น ภูมิลำเนา บิดามารดา ประวัติการศึกษา ทุนการศึกษา ไว้ในแฟ้มเอกสารข้อมูลประวัตินักศึกษา -  งานทะเบียนเรียนรายวิชา ทำหน้าที่จัดรายวิชาที่ต้องเรียนให้กับนักศึกษา ในแต่ละภาคเรียนทุกชั้นปี ตามแผนการเรียนของแต่ละแผนก แล้วจัดเก็บไว้ในแฟ้มข้อมูลผลการเรียน
-  งานประมวลผลการเรียน ทำหน้าที่นำผลการเรียนจากอาจารย์ผู้สอนมาประมวลในแต่ละภาคเรียน จากนั้นก็จัดเก็บไว้ในแฟ้มเอกสารข้อมูลผลการเรียน และแจ้งผลการเรียนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ -  งานตรวจสอบผู้จบการศึกษา ทำหน้าที่ตรวจสอบรายวิชา และผลการเรียน ที่นักศึกษาเรียนตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั่งจบหลักสูตร จากแฟ้มเอกสาร ข้อมูลผลการเรียน ว่าผ่านเกณฑ์การจบหรือไม่
-  งานส่งนักศึกษาฝึกงาน ทำหน้าที่หาข้อมูลจากสถานที่ฝึกงาน ในแต่ละแห่งว่าสามารถรองรับจำนวน นักศึกษาที่จะฝึกงานในรายวิชาต่าง ๆ ได้เป็นจำนวนเท่าใด จากนั้นก็จัดนักศึกษา ออกฝึกงานตามรายวิชา ให้สอดคล้องกับจำนวนที่สถานประกอบการต้องการ
การจัดระบบฐานข้อมูล หมายถึง กลุ่มโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ชนิดหนึ่ง ที่สร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่บริหารฐานข้อมูลโดยตรง ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรับรู้เกี่ยวกับรายละเอียดภายในโครงสร้างฐานข้อมูล พูดง่าย ๆ ก็คือ  DBMS   นี้เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้ และโปรแกรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบฐานข้อมูล
หน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูล  มีดังนี้ 1.  กำหนดมาตรฐานข้อมูล 2.  ควบคุมการเข้าถึงข้อมูลแบบต่าง ๆ  3.  ดูแล - จัดเก็บข้อมูลให้มีความถูกต้องแม่นยำ 4.  จัดเรื่องการสำรอง และฟื้นสภาพแฟ้มข้อมูล 5 . จัดระเบียบแฟ้มทางกายภาพ  (Physical Organization) 6.  รักษาความปลอดภัยของข้อมูลภายในฐานข้อมูล และป้องกันไม่ใช้ข้อมูลสูญหาย
7.  บำรุงรักษาฐานข้อมูลให้เป็นอิสระจากโปรแกรมแอพพลิเคชันอื่น ๆ 8.  เชื่อมโยงข้อมูลที่มีความสัมพันธ์เข้าด้วยกัน เพื่อรองรับความต้องการใช้ข้อมูลในระดับต่าง ๆ
คำถามท้ายบท 1.CIA  คือเทคโนโลยีสารสนเทศรูปแบบใด เทคโนโลยีสารสนเทศระบบเครือข่าย เทคโนโลยีสำนักงานอัตโนมัติ   เทคโนโลยีสารสนเทศระบบไร้สาย เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
2. ( Video Teleconference)  คืออะไร  ระบบฝากข้อความเสียง สื่อการสอน วิดีโอ การประชุมทางไกล
3. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ช่วยสอน คืออะไร   CIA   โปรแกรมบทเรียนสำเร็จรูป ถูกทุกข้อ ไม่มีข้อใดถูก
4. เทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานอัตโนมัติ คืออะไร การนำเสนอข้อมูล ตัวเลขหรือตัวหนังสือที่ได้จากการรวบรวม การรวมตัวกันของฐานข้อมูลตั้งแต่ 2  ฐานขึ้นไป ไม่มีข้อใดตอบถูก
5.   สารสนเทศ  know – why  คืออะไร สารสนเทศที่เน้นวิชาการ สารสนเทศที่เน้นการปฏิบัติ สารสนเทศที่เน้นเทคนิค สารสนเทศที่เน้นการท่องจำ
6. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่หน้าที่ของระบบฐานข้อมูล กำหนดมาตรฐานข้อมูล รักษาความปลอดภัยของข้อมูลภายใน ควบคุมการเข้าถึงข้อมูลแบบต่าง ๆ รวบรวมข้อมูล
7. ข้อมูลแบ่งออกเป็นกี่ประเภท 3  ประเภท 2  ประเภท 6  ประเภท 4  ประเภท
8. สิ่งที่ปราสาทหูสัมผัส จัดอยู่ในข้อมูลประเภทใด ข้อมูลที่เป็นรูปภาพ ข้อมูลที่เป็นเสียง ข้อมูลที่เป็นตัวอักขระ ข้อมูลที่เป็นตัวเลข
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
คุณตอบผิดค่ะ
บรรณานุกรม http :// introduction - blogger . blogspot . com / 2010/07 / powerpoint - blogspot . html