Skip to main content
ข้อ มูล (DATA) คือ สิ่งทีใช้อธิบาย
                           ่
คุณลักษณะของวัตถุ เหตุการณ์ กิจกรรม
โดยบันทึกจากการสังเกต การทดลอง หรือ
การสำารวจด้วยการแทนรูปแบบใดรูปแบบ
หนึ่ง เช่น บันทึกไว้เป็นตัวเลข ข้อความ
รูปภาพ และสัญลักษณ์
ตัวอย่างของข้อมูลต่าง ๆ ทีนกเรียน
                             ่ ั
สามารถพบเห็นในชีวิตประจำา เช่น เกรดที่
นักเรียนได้รับในแต่ละวิชา ราคาสินค้า
ชนิดต่าง ๆ ในห้างสรรพสินค้า รูปภาพและ
ข้อความต่าง ๆ ทีปรากฏในเว็บไซต์
                 ่
สารสนเทศ (Information) หมายถึง
ผลลัพธ์ที่เกิดจากการนำาข้อมูลมาประมวล
ผล เพือให้ได้สิ่งทีเป็นประโยชน์ในการนำา
        ่          ่
ไปใช้งานมากขึ้น เช่น ส่วนสูงของ
นักเรียนหญิงและนักเรียนชายแต่ละคนใน
ชั้นเรียนเป็นข้อมูล จะสามารถสร้าง
สารสนเทศจากข้อมูลเหล่านีได้หลายรูป
                            ้
แบบ เพื่อนำาไปใช้ในจุดประสงค์ที่แตกต่าง
กัน ตัวอย่างเช่น การนำาข้อมูลเหล่านีมา
                                    ้
เรียงตามลำาดับจากมากไปน้อย หรือการ
หาค่าเฉลี่ยของส่วนสูงของนักเรียน
ความรู้ (Knowledge) คือ สิ่งทีประกอบด้วยข้อมูล
                                     ่
และสารสนเทศทีถกจัดรูปแบบและประมวลผลเพื่อนำา
                 ่ ู
ไปประยุกต์ใช้ในปัญหาทีต้องการนำาข้อมูลและ
                           ่
สารสนเทศเหล่านีไปแก้ไข
                   ้
นิยามความรู้ทเกี่ยวข้องกับเรื่องของข้อมูลและ
              ี่
สารสนเทศ คือ ความรู้ทแฝงอยู่ในข้อมูล เป็นสิ่งที่
                        ี่
สามารถสกัดจากสารสนเทศทีมรูปแบบน่าสนใจ เป็น
                               ่ ี
จริงสำาหรับข้อมูลใหม่หรือข้อมูลทีไม่เคยเห็นมาก่อน
                                   ่
เป็นรูปแบบใหม่ที่มนุษย์ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งผลลัพธ์
สุดท้ายจากการวิเคราะห์สารสนเทศจะได้เป็นความรู้
ทีเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ได้
  ่
ระบบสารสนเทศเพือการจัดการความรู้ สามารถช่วยองค์
                   ่
กรนการจัดการความรู้เหล่านี้ได้ โดยระบบนี้ จะทำางาน
แตกต่างกันไปตามจุดมุงหมายขององค์กร ผู้ใช้ในองค์กร
                       ่
ประกอบด้วย พนักงานทัวไป ผู้บริหาร หรือบุคคล
                           ่
ภายนอก เป็นผู้สร้างสารสนเทศเพือเก็บไว้ในระบบ โดย
                                  ่
ระบบจะต้องสามารถจัดหมวดหมู่ ค้นหา รวมถึงกระจาย
สารสนเทศให้กบผู้ใช้คนอื่น เพือให้ผู้ใช้แต่ละคน
                ั               ่
สามารถนำาสารสนเทศไปใช้ได้ตามสิทธิ์ของตนเอง
ความฉลาดร่วม (collective intelligence) เป็นการ
สร้างความฉลาดหรือสร้างความรู้ร่วมกันระหว่างผู้ใช้
ตัวอย่างของการสร้างความรู้ในลักษณะนี้ เช่น วิกพีเดีย
                                                  ิ
(Wikipedia) ผู้ใช้แต่ละคนสามารถเพิมเติม แก้ไข
                                       ่
ข้อมูลร่วมกันได้ โดยผู้ใช้คนอื่น ๆ ทีไม่ได้มส่วนร่วมใน
                                     ่      ี
การเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อมูล ก็สามารถเข้าถึงและใช้
ข้อมูลหรือความรู้เหล่านันได้ เป็นต้น
                         ้
ข้อมูลทีดีควรมีลักษณะดังนี้
                ่
1)ความถูกต้องของข้อมูล
           2) ความสมบูรณ์ครบถ้วนใน
การนำาไปใช้งาน
3) ความถูกต้องตามเวลา
           4) ความสอดคล้องกันของข้อมูล
ประเภทของข้อมูล จำาแนกข้อมูลออกเป็นประเภท จะแบ่ง
ออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
        1. ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) หมายถึง ข้อมูล
ทีได้จากการรวบรวม หรือบันทึกจากแหล่งข้อมูลโดยตรง
  ่
ซึ่งอาจจะได้จากการสอบถาม การสัมภาษณ์ การสำารวจ
และการจดบันทึก ตลอดจนการจัดหามาด้วยเครื่องจักร
อัตโนมัติ เช่น เครื่องอ่านรหัสแท่ง เครื่องอ่านแถบแม่เหล็ก
        2. ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) หมายถึง
ข้อมูลที่มผู้อื่นรวบรวมไว้ให้แล้ว บางครั้งอาจมีการประมวล
          ี
ผลเพือเป็นสารสนเทศ เช่น สถิติจำานวนประชากรแต่ละ
      ่
จังหวัด สถิติการนำาสินค้าเข้า และการส่งสินค้าออก เป็นต้น
การจัดเก็บข้อมูล
การจัดเก็บอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดภาระการ
เก็บเอกสารทีเป็นกระดาษได้ รวมถึงการทำาซำ้าเพื่อ
             ่
สำารองข้อมูล สามารถทำาได้สะดวกและรวดเร็ว

การตอบสนองต่อความต้องการได้อย่ารวดเร็ว เช่น
ข้อมูลประวัติการบำารุงรักษารถยนต์และข้อมูลประวัติ
คนไข้ ผู้ใช้ทต้องการนำาข้อมูลเหล่านี้ไปใช้งาน
             ี่
สามารถเข้าถึงระบบฐานข้อมูลนำาข้อมูลที่ต้องการไป
ใช้ได้

การจำากัดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลให้แก่ผู้ใช้ในแต่ละ
ระดับขององค์กร เช่น ผู้บริหารสามารถเข้าถึงข้อมูล
ของทุกหน่วยงานได้ แต่ผู้ใช้ทวไปในแผนกการเงิน ไม่
                              ั่
ลำา ดับ ขั้น ของข้อ มูล ในฐานข้อ มูล ลำาดับชั้นล่างสุดของ
การแทนข้อมูล นั่นคือ การแทนข้อมูลด้วยตัวเลขฐานสอง
ซึ่งประกอบด้วยตัวเลขสองตัว คือ ‘0’ และ ‘1’ ในทาง
คอมพิวเตอร์ จะเรียกตัวเลขฐานสองหนึ่งหลักนี้ว่า 1 บิต
(บิต) ซึงถือว่าเป็นหน่วยเล็กทีสุดของข้อมูล และหากนำาบิต
        ่                     ่
มาต่อกันจำานวน 8 บิต จะเรียกว่า 1 ไบต์ (byte)
เขตข้อ มูล (field) ข้อมูลระดับบิตมาเรียงต่อกันเพื่อแทน
ข้อมูลใด ๆ ที่ต้องการเก็บในฐานข้อมูล ต้องจัดข้อมูลที่เป็นบิต
มารวมกันเพื่อแทนความหมายบางอย่าง โดยเขตข้อมูลอาจ
แทนข้อมูลดังต่อไปนี้

จำา นวนเต็ม (integer) คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะเก็บตัวเลข
ขนาด 32 บิต ซึ่งขนาดของตัวเลขอาจเปลี่ยนไปตาม
เทคโนโลยีของเครื่องคอมพิวเตอร์ ตัวเลขฐานสองขนาด 32
บิต สามารถแทนตัวเลขจำานวนเต็มได้ตั้งแต่ -2,147,483,6
48 ถึง 2,147,483,647 (-231 ถึง 231 -1)

จำา นวนทศนิย ม (decimal number) ในคอมพิวเตอร์จะ
เก็บตัวเลขทศนิยม โดยใช้ระบบโฟลททิงพอยต์ (floating
point) การเก็บในลักษณะนี้ไม่มีการกำาหนดตำาแหน่งตายตัว
สำาหรับตำาแหน่งของจุด โดยทั่วไปการเก็บข้อมูลตัวเลขจะมี
สองขนาด คือ 32 บิต และ 64 บิต
ข้อ ความ (text) ในการแทนข้อความ ต้องเปลี่ยน
 ข้อความให้เป็นรหัสซึ่งใช้แทนตัวอักขระแต่ละตัว ตาม
 มาตรฐานทัวไปจะใช้เป็นรหัสแอสกี (ASCII code) ต่อมา
             ่
 มีการใช้รหัสแบบยูนโคด (Unicode) ซึ่งสามารถแทน
                      ิ
 ภาษาได้หลายภาษามากกว่ารหัสแอสกี ความยาวของเขต
วัน เวลา (date / time) ข้อมูลทีเป็นวันเวลา เช่น วันที่
                                   ่
 ข้อมูลประเภทนี้ ขึ้นอยูกับจำานวนตัวอักขระในข้อความ
                        ่
เริ่มใช้งาน วันลงทะเบียน และเวลาที่ซอสินค้า มีความแตก
                                      ื้
ต่างจากข้อมูลประเภทอื่น ดังนันจึงต้องมีชนิดของข้อมูลเป็น
                               ้
วันเวลา เพื่อรองรับเขตข้อมูลทีต้องการเก็บข้อมูลเป็นวัน
                                 ่
เวลา

ไฟล์ (file) เขตข้อมูลบางประเภทใช้เก็บไฟล์รูปภาพหรือ
ไฟล์อื่น ๆ ซึ่งเขตข้อมูลประเภทหนึงเป็นเขตข้อมูลขนาด
                                 ่
ใหญ่ โดยปกติจะมีความยาวมากกว่าเขตข้อมูลประเภทอื่น
ๆ โดยเขตข้อมูลนี้จะเก็บข้อมูลในลักษณะเป็นบิตเรียงต่อกัน
ระเบีย น (record) คือ กลุ่มของเขตข้อมูลทีมความ
                                         ่ ี
สัมพันธ์กัน โดยเขตข้อมูลแต่ละส่วนอาจเป็นข้อมูล
ต่างชนิดกัน ระเบียนแต่ละระเบียนจะประกอบด้วย
โครงสร้างเขตข้อมูลทีเหมือนกัน
                    ่
ตาราง (table) คือ กลุ่มของระเบียน ซึ่งเขตข้อมูลใน
แต่ละระเบียนจะเก็บข้อมูลทีมความสัมพันธ์กัน ในตรา
                          ่ ี
รางจะเก็บข้อมูลหลาย ๆ ระเบียน แต่ละระเบียนจะมี
โครงสร้างเหมือนกันในตาราง นอกจากจะเก็บข้อมูล
หลายระเบียนแล้ว ยังสามารถอ้างถึงระเบียนแต่ละละ
เบียนได้อีกด้วย
ฐานข้อ มูล (database) เป็นทีรวมของตารางหลาย
                               ่
ๆ ตารางเข้าไว้ดวยกัน ตารางแต่ละตาราง จะมีความ
                 ้
สัมพันธ์กันโดยใช้เขตข้อมูลทีเก็บข้อมูลซึ่งเหมือนกัน
                            ่
เป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างกัน บางตารางอาจเป็นตาราง
ทีเก็บข้อมูลไว้เฉพาะของตนเอง โดยไม่เกี่ยวข้องกับ
  ่
ตารางอื่น ในขณะเดียวกันบางตาราง อาจต้องเชื่อม
โยงกับ เขตข้อมูลของตารางอื่น ๆ
ความเป็น ส่ว นตัว เมือข้อมูลปรากฏอยูในโลกออนไลน์
                       ่             ่
มากขึ้น ทำาให้การรวบรวมข้อมูล การเข้าถึง การค้นหา
และการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลเป็นเรื่องทีสามารถทำาได้
                                         ่
ง่ายและเร็วขึ้น ทำาให้ข้อมูลบางประเภทที่มความเป็นส่วน
                                           ี
ตัวสูง เช่น เลขบัตรประจำาตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด
หมายเลขโทรศัพท์มอถือ อาจรั่วไหลไปสู่สาธารณะได้
                    ื
บางครั้งข้อมูลส่วนตัวอาจถูกนำาไปใช้โดยผิดวัตถุประสงค์
ของเจ้าของข้อมูล
สิท ธิ์ใ นการเข้า ถึง ข้อ มูล เพือเป็นการรักษาความ
                                 ่
ปลอดภัยให้กับข้อมูล ในการเก็บข้อมูลในฐานข้อมูล จะมี
การกำาหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้แต่ละกลุ่ม
โดยระบบจะอนุญาตให้ผู้ใช้คนหนึงเข้าถึงข้อมูลต้องมี
                                   ่
การตรวจสอบว่า จะให้เข้าถึงข้อมูลใดได้บ้าง โดยปกติ
แล้วการเข้าถึงระบบใด ๆนัน ผู้ใช้จะต้องได้รับอนุญาต
                             ้
จากผู้ดูแลระบบ (system administrator) ซึ่งมีหน้าที่
ดูแล บำารุงรักษาระบบให้สามารถทำางานได้เป็นปกติ การ
เข้าถึง โดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามพระราช
บัญญัติว่าด้วยการกระทำาความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
พ.ศ. 2550 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ.
2550 มีความผิดเกี่ยวข้องกับเรื่องของสิทธิ์ในการเข้าถึง
ข้อมูลหลายข้อ
เช่น
มาตรา 5 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ทมการ
                                                 ี่ ี
ป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนันมิได้มไว้สำาหรับ
                                        ้     ี
ตน ต้องระวางโทษจำาคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่ง
หมืนบาท หรือทังจำาทังปรับ
   ่           ้     ้

มาตรา 7 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ทมการ
                                                  ี่ ี
ป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนันมิได้มไว้สำาหรับ
                                         ้      ี
ตน ต้องระวางโทษจำาคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสีหมืน
                                                    ่ ่
บาท หรือทังจำาทังปรับ
          ้     ้

มาตรา 8 ผู้ใดกระทำาด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทาง
อิเล็กทรอนิกส์ เพือดักรับไว้ ซึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่
                   ่           ่
อยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์
นันมิได้มไว้ เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทัวไป
  ้       ี                                            ่
ทรัพ ย์ส ิน ทางปัญ ญา ในกระบวนการผลิตโปรแกรม
ระบบปฏิบัติการ รูปภาพ เพลง หรือหนังสือ
อิเล็กทรอนิกส์ จำาเป็นต้องใช้ต้นทุนสูง และใช้เวลาใน
การผลิตยาวนาน แต่เมือข้อมูลเหล่านีปรากฏอยูในรูป
                        ่             ้        ่
แบบข้อมูลดิจิทล ผู้ใช้คนอื่น ๆ สามารถทำาซำ้าและนำาไป
               ั
ใช้โดยไม่ได้จ่ายเงินให้กับผู้ผลิต ก่อให้เกิดความเสีย
หายทางธุรกิจกับเจ้าของข้อมูล
ธันยพร นกศิริ ม409 เลขที่2